บทที่ 5 ข้าจะมาดูเอง

เช้าวันต่อมา เจียงหว่านอี๋ตื่นขึ้นพร้อมความหวาดระแวง นางนอนนิ่งอยู่บนเตียงครู่ใหญ่

มองม่านสีชมพูอ่อนเหนือศีรษะ ก่อนยกมือขึ้นมาดูซ้ำอีกครั้ง มือเล็ก นิ้วมือก็เล็ก

แม้แต่ข้อมือยังเล็กกว่าที่นางจำได้มาก นางกลับมาแล้วจริง ๆ

เมื่อคืนเจียงหว่านอี๋แทบไม่ได้นอน ทุกครั้งที่หลับตา ภาพสุดท้ายก่อนตายจะย้อนกลับมาหลอกหลอน

มือของเซี่ยจิ่งเหิงที่บีบกรามนาง ถ้วยยาสีดำ และรสขมที่ไหลผ่านลำคอ รวมถึงความเจ็บปวดที่คร่าชีวิตนาง

นางสะดุ้งตื่นหลายครั้งจนสาวใช้ที่เฝ้าอยู่นอกม่านต้องเข้ามาถาม สุดท้ายจึงได้นอนจริง ๆ ตอนฟ้าสาง  

“คุณหนูใหญ่ตื่นแล้วหรือเจ้าคะ?”

 สาวใช้ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวจึงรีบเข้ามาเจียงหว่านอี๋ส่งเสียงรับเบา ๆ หลังล้างหน้าเปลี่ยนเสื้อผ้า

นางนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง มองใบหน้าของตนในกระจกทองแดง ใบหน้าเด็กหญิงวัยสิบเอ็ดขาวนวล

แก้มยังมีเนื้อเล็กน้อย ดวงตากลมใส ไม่มีร่องรอยของความตกต่ำที่นางเคยพบเจอในอีกเจ็ดปีข้างหน้า

ทุกอย่างยังไม่เกิดขึ้น จวนเจียงยังรุ่งเรืองบิดายังมีตำแหน่งมั่นคง

และนางยังเป็นคุณหนูใหญ่ที่ไม่มีผู้ใดกล้าขัดใจ ดีมาก คราวนี้นางจะไม่เดินเส้นทางเดิมอีก

อย่างแรกคือต้องอยู่ห่างเซี่ยจิ่งเหิง ยิ่งไกลยิ่งดี เจียงหว่านอี๋พยักหน้าให้ตนเองในกระจกอย่างจริงจัง

“คุณหนูใหญ่เจ้าคะ” สาวใช้ที่ออกไปจัดอาหารเช้ากลับเข้ามาพอดี 

“มีอะไร”

“ยาที่ท่านให้บ่าวนำไปให้คุณชายเซี่ยเมื่อวาน...” มือที่กำลังเลือกปิ่นของเจียงหว่านอี๋หยุดลง

“ทำไม”

“ได้ยินคนทางเรือนนั้นบอกว่า คุณชายเซี่ยไม่ได้ใช้เจ้าค่ะ”

เจียงหว่านอี๋หันขวับ

“อะไรนะ?”

ความตั้งใจว่าจะอยู่ห่างเซี่ยจิ่งเหิงเมื่อครู่หายไปในพริบตา นางลุกขึ้นทันที

“เขากล้าไม่ใช้หรือ?”

สาวใช้ตกใจจนถอยหลัง

“บ่าวก็ไม่ทราบเจ้าค่ะ”

เจียงหว่านอี๋รู้สึกโมโหขึ้นมาจริง ๆ เมื่อวานนางลดโทษให้เขา แล้วยังใจดีส่งยาไปให้อีกหนึ่งตลับ

นางทำถึงเพียงนี้แล้ว เขายังไม่พอใจอีกหรือ หากแผลเน่า หากเป็นไข้ หากนอนซมอยู่บนเตียง

แล้วสุดท้ายใครจะเป็นคนรับผิดชอบ?หากตายขึ้นมา...เจียงหว่านอี๋เริ่มนั่งไม่ติด ตายไม่ได้

เขาตายตอนนี้ไม่ได้ นางยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหากคนที่เคยฆ่านางตายก่อน เรื่องในอนาคตจะเปลี่ยนไปอย่างไร

ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกไม่ปลอดภัย

“พาข้าไปหาเขา”

สาวใช้เบิกตา

“ตอนนี้หรือเจ้าคะ?”

“ไม่เช่นนั้นจะรอให้แผลเขาเน่าก่อนหรือ!”

เจียงหว่านอี๋พูดจบก็เดินออกจากเรือนทันที เดินไปได้ครึ่งทางจึงนึกขึ้นมาได้ว่า

เมื่อครู่ตนเพิ่งสาบานกับตัวเองว่าจะอยู่ห่างเซี่ยจิ่งเหิง นางหยุดฝีเท้า สาวใช้ที่เดินตามเกือบชนหลัง  

“คุณหนู?”

เจียงหว่านอี๋ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเดินต่อช่างเถอะ วันนี้ทดไว้ก่อนสักวัน 

เรือนของเซี่ยจิ่งเหิงอยู่ค่อนข้างไกลจากเรือนหลัก ยิ่งเดิน เจียงหว่านอี๋ยิ่งขมวดคิ้ว

ชาติที่แล้วนางรู้ว่าเขาอาศัยอยู่แถวนี้ แต่ไม่เคยเข้ามาดูจริง ๆ สักครั้ง เรือนเล็กกว่าที่คิด

กำแพงเก่า ประตูมีรอยแตก ลานด้านหน้าแทบไม่มีสิ่งใดนอกจากต้นไม้ใหญ่หนึ่งต้นกับโต๊ะหิน

แม้แต่บ่าวรับใช้ยังไม่เห็นสักคน

เจียงหว่านอี๋หยุดอยู่หน้าประตู

“เขาอยู่ที่นี่หรือ?”

สาวใช้พยักหน้า

“เจ้าค่ะ”

นางมองเรือนตรงหน้าอีกครั้ง ในจวนเจียงมีเรือนว่างตั้งมากมาย เหตุใดเขาจึงได้อยู่ที่นี่?

ความสงสัยเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ ก่อนเสียงบางอย่างจะดังมาจากด้านใน

เจียงหว่านอี๋เดินตามเสียงไปแล้วก็พบเซี่ยจิ่งเหิงอยู่ใต้ชายคา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป